ชั้นของชื่อในชื่อของชั้น

ตุลาคม 30, 2008

สวัสดีอีกหนครับ
    เป็นอีกครั้งที่อยากจะอวดคอลัมน์ในจุดประกาย กรุงเทพธุรกิจ นะครับ ชิ้นนี้เขียนแล้วรู้สึกว่านอกจากจะให้คนอื่นๆ อ่านในหนังสือพิมพ์กันแล้ว ก็น่าจะเอามาให้พี่ๆ น้องๆ ที่เป็นนักอ่านญาติสนิทในบล็อกได้อ่านกันด้วย เพราะมันน่าจะทำให้รู้จักกันได้สนิทสนมขึ้นอีกระดับ เป็นการเปิดเผยแง่มุมของตัวเองที่ไม่ค่อยได้บอกใครจริงๆ น่ะครับ
    ก่อนอ่าน ต้องขอถามกันตรงๆ หนึ่งคำถามในฐานะที่ก็รู้จักกันมาบ้างแล้ว
    คุณคิดว่าชื่อผมแปลกไหมครับ?

* * * * * * * * * *

ชั้นของชื่อในชื่อของชั้น 
   
    ผมชื่อ วิภว์ ครับ
    อ่านออกเสียงว่า วิพ
    คุณพ่อผมตั้งชื่อนี้ให้ใช้มาตั้งแต่เกิด ท่านบอกว่าที่มาของชื่อมาจากอักษรย่อภาษาอังกฤษว่า V.I.P. แต่จริงๆ ในภาษาไทยเราคำว่า  วิภว- ซึ่งมีรากมาจากภาษาบาลี-สันสกฤตก็มีความหมายถึง ความเจริญ, สมบัติ, ความไม่มีไม่เป็น นะครับ
    ตอนเด็กๆ นั้นสารภาพกันตรงๆ ว่าผมไม่ได้ชอบชื่อตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะทุกปีเวลาเลื่อนขึ้นชั้นเรียนตอนต้นปีการศึกษาใหม่ๆ ผมต้องอึดอัดกับเวลาที่อาจารย์หลายท่านขานชื่อผมเป็น ‘วิทย์’ ทุกทีไป อาจารย์บางท่านไม่แน่ใจการออกเสียงชื่อของผมก็เอ่ยถามกันตรงๆ ว่าชื่อของผมอ่านว่าอะไรกันแน่ อาจารย์บางท่านก็เรียกผิดโดยไม่เคยคิดถาม จนผมต้องเป็นฝ่ายรวบรวมความกล้าแล้วลุกขึ้นบอกเอง สรุปว่าต้องใช้เวลาหลายคาบเรียนผ่านไปอาจารย์ส่วนใหญ่จึงจะเรียกชื่อผมได้ถูกต้อง
    นอกจาก วิทย์ แล้ว ชื่อของผมยังถูกออกเสียงผิดเป็น วิก, วิช หรือแม้แต่ วิภา แล้วยังมีเรื่องการสะกดชื่อในงานเอกสารต่างๆ จะมีคนเขียนชื่อผมผิดเป็นประจำ มีทั้ง วิทว์, วิปภ์ หรือ วิภาวี ไปเลยก็มี ส่วนเรื่องการเอาชื่อผมมาล้อนั้นไม่ต้องห่วงครับ ชื่อแปลกขนาดนี้มีหรือจะไม่โดน ที่จำได้แม่นก็คือตอนมัธยมต้นมีอาจารย์สอนเลขท่านหนึ่งชอบเรียกผมแบบเล่นๆ แกมเอ็นดูว่า วิม ซึ่งเป็นชื่อยี่ห้อน้ำยาล้างห้องน้ำ
    ผมต้องเจอกับสภาวะการโดนเรียกผิดและเขียนชื่อผิดๆ เช่นนี้มาตลอด กระทั่งปัจจุบันก็ยังเจออยู่บ้างเวลาที่ได้รับการแนะนำตัวกับใครคนใหม่ๆ ในชีวิต หรือเวลาที่ได้จดหมายเชิญไปร่วมงานต่างๆ
    นึกแล้วก็แปลกดี เพราะหากดูการสะกดตามหลักภาษาไทยที่ ภ. สำเภา ออกเสียงเหมือน พ. พาน และตัวอักษรไหนมีการันต์ต้องงดออกเสียง ยังไงๆ ชื่อ วิภว์ ก็ต้องอ่านออกเสียงว่า วิพ แต่คงเป็นเพราะผู้อ่านมักไม่แน่ใจว่าชื่อแบบนี้จะมีอยู่ด้วยหรือ เลยมักจะยึดถือเอาชื่อที่เคยได้ยินมากกว่าอย่าง วิทย์ เอาไว้ก่อน ผมเคยลองสอบถามดูแล้ว บางคนเห็นตัวสะกดชื่อผมแล้วเข้าใจว่าพิมพ์ผิดมากกว่ากลัวตัวเองจะออกเสียงผิดด้วยซ้ำไป
    ดังนั้นถึงจะโดนเรียกผิดมาตั้งแต่เด็กจนโต ผมก็ไม่ได้โกรธโทษใครเท่าไหร่ แต่ยิ่งอยู่มาก็ยิ่งเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่ก็ต้องยึดติดกับอะไรที่คุ้นชินไว้ก่อน และการทำอะไรแปลกออกไปจากที่เขาทำๆ กันบางทีก็ต้องเตรียมใจยอมรับกับการเข้าใจผิดไว้บ้าง
    สมัยที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี ผมก็เริ่มเขียนเรื่องสั้นส่งไปตามนิตยสารต่างๆ ครับ ตอนนั้นผมคิดนามปากกาให้ตัวเองด้วย เวลามีงานตีพิมพ์ที่ไหนก็ใช้เครดิตเป็นนามปากกานั้นไป ไม่ได้ลงชื่อจริงกำกับเอาไว้ ส่วนหนึ่งก็คิดว่าชื่อของตัวเองนั้นจำยาก เรียกยาก อีกส่วนหนึ่งก็เป็นความฝันใฝ่ของนักเขียนหน้าใหม่ด้วยที่อยากมีนามปากกาเท่ๆ ไว้ใช้บ้าง ผมเขียนเรื่องสั้นอยู่ 4-5 ปีก็พอมีชื่ออยู่บ้างในทางเรื่องสั้นด้วยนามปากกานั้น จนมาเจอกับพี่โหน่ง-วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ พี่เขาบอกว่าจะรวมเรื่องสั้นให้ขายเป็นเล่ม ตอนนั้นพี่เขาแนะนำไว้นิดหน่อยว่าน่าจะใช้ชื่อจริง ซึ่งผมก็กลับมานั่งคิดๆ ดูแล้วก็เห็นพ้องด้วย ก็เลยมีหนังสือรวมเรื่องสั้นในชื่อจริงของตัวเองออกมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เขียนเรื่องสั้นโดยใช้นามปากกามาตลอด
    พอเห็นชื่อจริงนามสกุลจริงของตัวเองอยู่บนปกหนังสือที่เราตั้งใจเขียนมาเป็นปีๆ แล้วรู้สึกภูมิใจชะมัดเลยล่ะครับ
    หลังจากนั้นผมเลยใช้ชื่อจริงของตัวเองในงานเขียนมาตลอด น่าตลกที่พอใช้ๆ ไปดันมีคนทักว่าชื่อผมเหมือนนามปากกาก็มี และอานิสงค์อย่างหนึ่งของการที่โดนเขียนชื่อผิดบ่อยๆ ก็คือเวลาผมเขียนชื่อใครในงานเขียน ผมก็มักจะตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีกว่าสะกดชื่อเขาไม่ผิดแน่ๆ เพราะเข้าใจหัวอกของคนที่ถูกสะกดชื่อผิดเป็นอย่างดี
    เคยมีคนถามผมว่าคิดจะเปลี่ยนชื่อบ้างไหม ผมตอบได้เลยว่าไม่เคยคิดครับ เหตุผลประการแรกคือเนื่องจากชื่อจริงของผมมีพยางค์เดียวอยู่แล้ว ดังนั้นผมเลยไม่มีชื่อเล่น และไม่ว่าใครๆ ทั้งใกล้ไกล ทั้งเพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง ก็เรียกผมด้วยชื่อนี้มาทั้งชีวิตแล้ว ผมก็คุ้นเคยของผมมาตลอด เหตุผลประการต่อมาก็คือน้องชายของผมมีชื่อเล่นว่า ‘แว้บ’ ครับ ดังนั้นเวลาเรียกชื่อพี่น้องคู่กันแล้วมันก็ดูเข้าคู่กันดีอยู่แล้วล่ะ
    จริงๆ แล้วถึงจะโดนเรียกผิดมามากมาย แต่ผมไม่เคยนึกรังเกียจชื่อแปลกๆ ของตัวเองแต่อย่างใด ถึงวันนี้ยังออกจะภูมิใจกับมันด้วยซ้ำ ยิ่งพออาชีพเขียนหนังสือทำให้ชื่อของผมมันผ่านตาใครต่อใครมากขึ้นอีกนิด ก็ยิ่งมีคนมาบอกว่าชื่อผมเท่ดีนะ กลายเป็นตัวบ่งชี้ว่าผลงานของผมคงจะเป็นที่น่าจดจำอยู่บ้าง เขาถึงได้จดจำชื่อของคนเขียนเอาไว้นะ ยิ่งชื่อที่แปลกๆ อย่างนี้ก็น่าจะต้องใช้ความพยายามในการจำมากกว่าชื่อเรียกง่ายๆ อยู่ด้วยสิ …อันนี้ผมคิดเข้าข้างตัวเองสักหน่อย
    แน่นอนครับ วันนี้และต่อไปๆ คนที่อ่านชื่อผมผิดก็ยังมีเรื่อยๆ และเอกสารจดหมายเชิญต่างๆ ก็ยังคงสะกดชื่อผมผิดๆ ถูกๆ อยู่เป็นประจำ
    แต่พอผ่านมาจนปัจจุบัน เรื่องนี้มันไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปแล้วครับ เพราะถึงจะยังมีใครใหม่ๆ อีกหลายคนที่คุ้นเคยกับชื่ออื่นๆ ที่คล้ายๆ แต่ไม่ใช่ชื่อของผมก็ไม่เป็นไรหรอก
    เอาเป็นว่าผมคุ้นเคยและภูมิใจในชื่อของตัวเองก็แล้วกัน

ตีพิมพ์ครั้งแรก กรุงเทพธุรกิจ 26 กันยายน 2551

* * * * * * * * * *

    ถึงตรงนี้ผมมีข้อคิดเรื่องชื่ออีกอย่างหนึ่งครับ
    คือว่าถ้าวันหนึ่งผมมีโอกาสได้ตั้งชื่อลูกของตัวเอง (หรือแม้แต่ลูกของคนอื่นก็ตาม) ผมจะตั้งชื่อแบบไม่ธรรมดาให้แน่นอน
    เพราะประสบการณ์แปลกๆ เรื่องชื่อแปลกๆ ที่ผมได้รับจากชื่อตัวเองนั้น เป็นประสบการณ์ที่มีค่าจริงๆ นะครับ

Advertisements

13 Responses to “ชั้นของชื่อในชื่อของชั้น”

  1. Hot Latte Says:

    ขอเขียนว่า พี่วิพ ด้วยความตั้งใจตลอดไปค่ะ ^_^

  2. iJeabb Says:

    ชอบที่มาจริงๆ
    คุณพี่วีไอพี

  3. HOY Says:

    อยากรู้จัง พี่วิพจะตั้งชื่อลูกว่าอะไร?

  4. soserene Says:

    ชื่อหนูก็โดนอ่านผิดประจำค่ะพี่
    โดยเฉพาะ สุธีรนุช ทำไมต้องเติมร.เรือมาให้ด้วยก็ไม่รู้
    สุธี เฉยๆ ก็มี(แม๊นแมน)หรือผิดไปเลยแบบ สุธีรา ก็บ่อย

    เวลาบอกชื่อใครเค้าก็ต้องถามทุกทีว่า
    หา อะไรนะ? สะกดยังไง? ทำเอาเซ็งเหมือนกัน

    แต่ก็ภูมิใจในชื่อตัวเองค่ะ 🙂
    เพราะความหมายดี แล้วก็ไม่ค่อยซ้ำกะคนอื่นเท่าไร แหะๆ

  5. แนนเล็ก Says:

    เคยไม่ชอบชื่อตัวเองมาพักนึงค่ะ
    จนเคยคิดอยากเปลี่ยนชื่อมาก รู้สึกว่าชื่อเชย
    แต่พอมีอาจารย์ท่านนึงบอกว่า “ชื่อเพราะนะ สักวันคุณจะชอบชื่อนี้”

    ตั้งแต่นั้นมา ก็ชอบชื่อนี้มาตลอด

    ชื่อเราก็เพราะเหมือนกันนะเนี๊ย..

    แต่ชื่อพี่วิพดูมีอภิสิทธิ์ดี คนจำง่ายด้วย เนอะ..

  6. fullmoon Says:

    ชื่อแปลกดีกว่าเชยนะพี่ ดูอย่างชื่อของเค้าดิ
    เชยสุดๆ อ่ะ บ้านน๊อก บ้านนอก ^^

  7. nakoi Says:

    เอิ๊กกกก…ชื่อนั้นสำคัญเช่นไร…สำคัญเช่นนี้แหละ

    กว่าจะอ่านได้…มันช่างยากเย็นพอๆ กับการสะกดชื่อของท่านเลยนะ

  8. fam Says:

    ว๊าววว ขออภัยนะพี่วิภว์ ที่ชอบพิมพ์ย่อๆว่าพี่วิบตลอดเวลา
    พ่อพี่เก๋มากค่ะ…พี่วิภว์ (เขียนถูกเเล้วนะคะ)

  9. mamahugme Says:

    เคยไม่แน่ใจเวลาจะพูดชื่อพี่

    ได้แต่ วิบๆ อยู่ในใจ


  10. ชื่อก็ปัจเจก
    ความคิดก็ปัจเจก
    เขียนออกมาก็ปัจเจกอีก

    พ่อวิภว์มองการณ์ไกลดีนะคะ

    V I P
    very INDIVIDUAL person

  11. อุ๊ Says:

    ชื่ออุ๊ไม่แปลก แต่เขียนแปลก 😀

    อ่านบล็อคพี่วิพแล้วคันไม้คันมืออยากเขียนจริงๆ
    บทความของพี่วิพ อ่านแล้วสบายใจดีนะ
    ^-^

  12. แทน Says:

    จำได้ว่าตอนที่ไปซืท้อหนังสือ ตื่นจนเช้า ของพี่และหาไม่เจอเลยไปถามพนักงานขาย ก็บอกชื่อไปว่า วิภว์ เขาก้ออกเสียงผิดแถมทำหน้าไม่พอใจอีกต่างหาก
    หาว่าเราออกเสียงผิด ต้องเขียนให้ดูว่า วิภวื บูรพาเดชะ แต่ชอบนามสกุลพี่นะเท่ดี
    พี่วิภว์พี่วิภว์พี่วิภว์พี่วิภว์

  13. note Says:

    หวัดดีคับพี่ VIP

    ชอบหนังสือพี่มากเลยคับ ^_^


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: