ขออวดงานกลอนอีกสักชิ้นนะครับ ไหนๆ เขียนเรื่องกลอนกันมาแล้วตอนนึง แล้วรู้สึกว่าได้รับการตอบรับดีมากทีเดียว ไม่แน่ใจว่าเพราะเป็นที่สนใจ หรือเพราะว่าอ่านสั้นๆ ดีใช้เวลาแป๊ปเดียวก็อ่านจบ ไม่เหมือนการอ่านเรื่องสั้นทั้งเรื่องซึ่งกว่าจะอ่านจากจอคอมพิวเตอร์หมดก็ปวดตากันพอดี
    เรื่องของเรื่องอันเป็นที่มาของบทกลอนสั้นๆ ชิ้นนี้คือ ผมแต่งกลอนแปดเล่นๆ มานานเข้าก็เริ่มเบื่อครับ เลยหาวิธีพลิกแพลงไปเรื่อย หาโจทย์แปลกๆ ให้กับตัวเอง เริ่มจากลองแต่งกลอนหกบ้าง ใช้คำซ้ำๆ บ้าง เริ่มต้นทุกวรรคด้วยคำคำเดียวกันบ้าง ก็ออกมาดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่สำหรับคนที่หลงรักตัวหนังสือแล้วก็ถือเป็นแบบฝึกหัดที่สนุกดีครับ เป็นการทำความรู้จักกับตัวหนังสือในอีกแบบหนึ่ง บางทีเหมือนไม่ได้แต่งกลอน แต่คล้ายกับกำลังคิดงานกราฟิกดีไซน์หรือก๊อปปี้ไรติ้งอยู่แน่ะ
    ลองดูตัวอย่างงานแบบนี้กันนะครับ

* * * * * * * * * * 

we.jpg

                            เรา                           

                            ปลิวมา             ปลิวไป
                            ไหวไหว           ไหวหวั่น
                            เปลี่ยนแปร       เปลี่ยนผัน
                            ใจฉัน               ใจเธอ

* * * * * * * * * * 

    โอเคครับ มันเป็นกลอนสั้นๆ ที่อาจจะไม่ดีเลิศ แต่อย่างน้อยมันก็ตอบโจทย์หลายๆ อย่างที่ผมดันทะลึ่งตั้งเอาไว้ให้เอง ประการแรกคือมันใช้คำน้อยมาก เรียกว่ากลอนสี่สุภาพหรือเปล่าไม่รู้ (แต่มันสุภาพแน่นอนครับ) รวมแล้วในกลอนชิ้นนี้มีคำเพียงทั้งหมด 16 คำ ประการต่อมาคือผมลองเล่นคำซ้ำเยอะมาก การเล่นคำซ้ำในหนึ่งบรรทัดบางทีก็อาจไม่ได้ทำให้ ‘ความ’ ของกลอนมันเดินหน้าไปก็จริง แต่ว่าเมื่ออ่านรวมๆ แล้วก็ยังมีเรื่องราวให้สัมผัสได้นะครับ
    การหาโจทย์ข้อบังคับมาใส่ในงานเขียนของตัวเองจริงๆ แล้วมันเป็นการฝึกทักษะบางประการให้กับเราในทางอ้อมนะครับ คงคล้ายๆ กับเวลาที่แต่งเพลงนี่แหละ การแต่งเพลงมีข้อจำกัดเยอะมาก ทั้งการกำหนดเนื้อให้ลงกับเมโลดี้ ซึ่งต้องคำนึงถึงวรรณยุกต์ของคำต่างๆ แล้วไหนจะต้องดูนักร้องด้วยว่าจะร้องเนื้อเพลงแบบนี้ได้ไหม เข้ากับคอนเสปต์หรือลุคของนักร้องไหม แล้วบางทีก็ต้องดูเพลงอื่นๆ ด้วยว่ามันมีคนแต่งเนื้อเพลงเรื่องราวแบบนี้ไปหรือยัง …โจทย์เยอะแยะไปหมดเลยครับ
    มีแนวความคิดแบบหนึ่งที่ผมค่อนข้างจะยึดติดมาตลอด คือเวลาที่ผมคิดงานเขียน โดยเฉพาะวานวรรณกรรมอย่างเรื่องสั้น หรือบทกวี หลายๆ หนผมมักจะคิดมันเป็นการตอบโจทย์ ซึ่งอาจเป็นวิธีคิดที่ติดมาจากการเรียนดีไซน์มาน่ะครับ
    การดีไซน์คืออะไร? …สำหรับผมแล้วการดีไซน์ไม่ใช่การทำให้สวยงามเฉยๆ มันยังต้องมีการตอบสนองฟังก์ชั่นบางอย่างด้วย การออกแบบบ้านต้องทำให้สวย คือดูแล้วสวยงาม และตอบโจทย์ เช่นอยู่สบาย ถูกใจเจ้าของบ้าน ถูกกฎหมาย ฯลฯ
    สำหรับการดีไซน์งานเขียน ผมคิดว่าต้องทำให้สวย คืออ่านแล้วรู้สึกว่าสละสลวย งดงาม และตอบโจทย์ของมันด้วย ซึ่งอาจเป็นโจทย์ที่ผมตั้งไปเองนั่นแหละ
    ผมขอสรุปเอาเองสำหรับตรงนี้ก่อนนะครับว่า บางที งานจะดีไม่ดี หรือน่าสนใจแค่ไหน มันอาจจะอยู่ที่การตั้งโจทย์ของเราก็เป็นได้นะ.

Advertisements