บทกวีกับการตอบโจทย์
ตุลาคม 27, 2007
ขออวดงานกลอนอีกสักชิ้นนะครับ ไหนๆ เขียนเรื่องกลอนกันมาแล้วตอนนึง แล้วรู้สึกว่าได้รับการตอบรับดีมากทีเดียว ไม่แน่ใจว่าเพราะเป็นที่สนใจ หรือเพราะว่าอ่านสั้นๆ ดีใช้เวลาแป๊ปเดียวก็อ่านจบ ไม่เหมือนการอ่านเรื่องสั้นทั้งเรื่องซึ่งกว่าจะอ่านจากจอคอมพิวเตอร์หมดก็ปวดตากันพอดี
เรื่องของเรื่องอันเป็นที่มาของบทกลอนสั้นๆ ชิ้นนี้คือ ผมแต่งกลอนแปดเล่นๆ มานานเข้าก็เริ่มเบื่อครับ เลยหาวิธีพลิกแพลงไปเรื่อย หาโจทย์แปลกๆ ให้กับตัวเอง เริ่มจากลองแต่งกลอนหกบ้าง ใช้คำซ้ำๆ บ้าง เริ่มต้นทุกวรรคด้วยคำคำเดียวกันบ้าง ก็ออกมาดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่สำหรับคนที่หลงรักตัวหนังสือแล้วก็ถือเป็นแบบฝึกหัดที่สนุกดีครับ เป็นการทำความรู้จักกับตัวหนังสือในอีกแบบหนึ่ง บางทีเหมือนไม่ได้แต่งกลอน แต่คล้ายกับกำลังคิดงานกราฟิกดีไซน์หรือก๊อปปี้ไรติ้งอยู่แน่ะ
ลองดูตัวอย่างงานแบบนี้กันนะครับ
* * * * * * * * * *

เรา
ปลิวมา ปลิวไป
ไหวไหว ไหวหวั่น
เปลี่ยนแปร เปลี่ยนผัน
ใจฉัน ใจเธอ
* * * * * * * * * *
โอเคครับ มันเป็นกลอนสั้นๆ ที่อาจจะไม่ดีเลิศ แต่อย่างน้อยมันก็ตอบโจทย์หลายๆ อย่างที่ผมดันทะลึ่งตั้งเอาไว้ให้เอง ประการแรกคือมันใช้คำน้อยมาก เรียกว่ากลอนสี่สุภาพหรือเปล่าไม่รู้ (แต่มันสุภาพแน่นอนครับ) รวมแล้วในกลอนชิ้นนี้มีคำเพียงทั้งหมด 16 คำ ประการต่อมาคือผมลองเล่นคำซ้ำเยอะมาก การเล่นคำซ้ำในหนึ่งบรรทัดบางทีก็อาจไม่ได้ทำให้ ‘ความ’ ของกลอนมันเดินหน้าไปก็จริง แต่ว่าเมื่ออ่านรวมๆ แล้วก็ยังมีเรื่องราวให้สัมผัสได้นะครับ
การหาโจทย์ข้อบังคับมาใส่ในงานเขียนของตัวเองจริงๆ แล้วมันเป็นการฝึกทักษะบางประการให้กับเราในทางอ้อมนะครับ คงคล้ายๆ กับเวลาที่แต่งเพลงนี่แหละ การแต่งเพลงมีข้อจำกัดเยอะมาก ทั้งการกำหนดเนื้อให้ลงกับเมโลดี้ ซึ่งต้องคำนึงถึงวรรณยุกต์ของคำต่างๆ แล้วไหนจะต้องดูนักร้องด้วยว่าจะร้องเนื้อเพลงแบบนี้ได้ไหม เข้ากับคอนเสปต์หรือลุคของนักร้องไหม แล้วบางทีก็ต้องดูเพลงอื่นๆ ด้วยว่ามันมีคนแต่งเนื้อเพลงเรื่องราวแบบนี้ไปหรือยัง …โจทย์เยอะแยะไปหมดเลยครับ
มีแนวความคิดแบบหนึ่งที่ผมค่อนข้างจะยึดติดมาตลอด คือเวลาที่ผมคิดงานเขียน โดยเฉพาะวานวรรณกรรมอย่างเรื่องสั้น หรือบทกวี หลายๆ หนผมมักจะคิดมันเป็นการตอบโจทย์ ซึ่งอาจเป็นวิธีคิดที่ติดมาจากการเรียนดีไซน์มาน่ะครับ
การดีไซน์คืออะไร? …สำหรับผมแล้วการดีไซน์ไม่ใช่การทำให้สวยงามเฉยๆ มันยังต้องมีการตอบสนองฟังก์ชั่นบางอย่างด้วย การออกแบบบ้านต้องทำให้สวย คือดูแล้วสวยงาม และตอบโจทย์ เช่นอยู่สบาย ถูกใจเจ้าของบ้าน ถูกกฎหมาย ฯลฯ
สำหรับการดีไซน์งานเขียน ผมคิดว่าต้องทำให้สวย คืออ่านแล้วรู้สึกว่าสละสลวย งดงาม และตอบโจทย์ของมันด้วย ซึ่งอาจเป็นโจทย์ที่ผมตั้งไปเองนั่นแหละ
ผมขอสรุปเอาเองสำหรับตรงนี้ก่อนนะครับว่า บางที งานจะดีไม่ดี หรือน่าสนใจแค่ไหน มันอาจจะอยู่ที่การตั้งโจทย์ของเราก็เป็นได้นะ.
ตุลาคม 27, 2007 at 3:12 am
กลอนของพี่วิภว์เต็มไปด้วยการดีไซน์
การกลั่นกรองออกมา…สวยงาม
(ชมจากใจนะพี่)
ปล. ฉันรัก ‘ดีไซน์’ …เอย
ตุลาคม 27, 2007 at 8:03 am
กลอนคอมเมนต์ version เกิดมาแถ
วิพชวน เติ้ลตอบ
เติ้ลชอบ วิพเปล่า
วิพช็อก! เติ้ลเศร้า
เติ้ลเปล่า วิพเซ็ง
ปล. อย่าหาเหตุผลใดๆ ด่ากันหลังไมค์ให้ชื่นใจก็พอ ฮี่ๆ
ตุลาคม 27, 2007 at 9:42 am
เขียนกลอนก็เหมือนเอาความคิดมาใส่ลง zip
อ่านกลอนก็เหมือน unzip ความคิดคนเขียน
zip ไป unzip มา ไม่รู้ได้ข้อความตรงกันหรือเปล่า
ถือซะว่าเป็น ความคิด version ใคร version ใครละกัน
ตุลาคม 27, 2007 at 9:52 am
เขียนกลอนก็เหมือนเอาความคิดมาใส่ลง zip
อ่านกลอนก็เหมือน unzip ความคิดคนเขียน
zip ไป unzip มา ไม่รู้ได้ข้อความตรงกันหรือเปล่า
ถือซะว่าเป็น ความคิด version ใคร version เค้าละกัน
(ลบอันเก่าที่เขียนผิดให้หน่อย ก็จะน่ารักมากนะคะ พี่วิพ)
ตุลาคม 27, 2007 at 11:14 pm
ตอนเด็กๆ เราชอบแต่งกลอนมากเลยพี่วิภว์
ไม่รู้ว่าทำไมโตมา ไม่เคยเขียนมันเลย
ยังคิดโจทย์ไม่ออกอ่า…..
ตุลาคม 28, 2007 at 2:55 pm
เธอ..
เจ็บช้ำ เจ็บปวด
ร้าวรวด ปวดร้าว
ร่องรอย ความเศร้า
ยังเหงา ยังอยู่
************
ขอก๊อป “ดีไซน์” มาหน่อยนะ ^^
ตอบโจทย์ความหม่นของตัวเองที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้
(ไม่สามารถทดแทนได้)เมื่อมองดูเขา..
ปล. โปรดอย่าหม่นตาม..ชีวิตมันก็เป็นเช่นนี้แล
ตุลาคม 29, 2007 at 5:14 pm
พ้มก็ชอบทำงานแบบมีโจทย์เหมือนกัน..
พฤศจิกายน 3, 2007 at 8:11 am
…บทกวีไม่มีความหมาย ชั้นงมงายสวดมนต์ขอพร…
พฤศจิกายน 3, 2007 at 10:37 pm
ไม่ค่อยได้เขียนอะไรที่เป็นโจทย์ค่ะพี่
แต่ลองเอามาให้อ่านกันบ้าง เป็นชิ้นที่เคยเขียนตอนเรียน
ไม่รู้ว่าเป็นกลอนหรือเปล่า
เด็กๆ ชอบกินไอติม
เจอเมื่อไรต้องร้องอยากกินๆ
เสียดาย
ถ้ากินช้าแล้วมันจะละลาย
ไอติม
ยิ่งนาน ยิ่งละลาย
เหมือนความฝัน
ยิ่งนาน ยิ่งจางหาย
เมื่อโตมาเรามักลืมเลือน
ลืมเลือนความหอมหวานเย็นของไอติม
ลืมเลือนความงดงามของความฝัน
ตื่นมาพร้อมกับแสงแดดยามเช้า
สาย
บ่าย
เย็น
ที่แผดเผาไอติม
ยิ่งนับวัน ยิ่งละลาย
ยิ่งนาน ยิ่งจางหาย
พฤศจิกายน 4, 2007 at 10:06 am
‘หมดจด’ ค่ะ
อ่านกลอนนี้แล้วพอจะนึกภาพตอนเจ้าของบล็อคแต่งเพลง In Chan Tree ออกนะ : )
ปล.
เจ้าของบล็อคคะ…
นี่ไม่ใช่กลอนสี่สุภาพนะ – -”
แต่โอคล่ะ มันสุภาพจริงๆ : D
พฤศจิกายน 8, 2007 at 1:13 pm
บทกลอนจะสั้น
แต่ก็สวยดีนะคะ
: )
พฤศจิกายน 8, 2007 at 11:07 pm
สั้น แต่ ลึกซึ้ง มากเลยครับ
เหมือนคนที่พูดแค่ไม่กี่คำแต่แบบ โดน อะครับ
พฤศจิกายน 13, 2007 at 5:01 pm
ไม่ค่อยจะเมนต์ด้วยสิ
เป็นแต่คนอ่าน รู้สึกแบบเงียบๆ
คนที่เจอพี่ที่งานแฟตแล้วอยากได้หนังสือ “หนึ่งปีในมืองหนึ่ง”
อีเมล์นี้เลย แล้วจะติดต่อกลับไป
ขอบคุณค่ะ
พฤศจิกายน 18, 2007 at 11:22 pm
สั้น…แค่โอนะ
ง่ายๆ แต่ก็ไม่มีอะไรให้ติ
เอ ไม่รู้เป็นไร พักนี้ได้อ่านบทกีวีจากบล็อกบ่อย
คอมเม้นท์ไม่ค่อยเป็น เพราะไม่เชี่ยวทางกวี
(ทางอื่นก็ไม่เชี่ยว ๕๕๕)
พฤศจิกายน 19, 2007 at 12:42 am
น้อง koki ครับ
รบกวนส่งชื่อ-ที่อยู่มาให้พี่ที่เมล์ khunvip@gmail.com นะ
มาดูซิว่าพี่จะจัดหาให้น้องได้ป่าว
พฤศจิกายน 20, 2007 at 12:12 pm
พี่ครับนิดหนึ่งน่ะครับพี่
มันตัสเล็กมากๆ อ่านไม่ค่อยออกน่ะ
แต่ผมติดตามหนังสือพี่ตลอดเลยน่ะ
HAPPENING น่ะ