กลอนพามา

กันยายน 21, 2007

เคยเขียนกลอนกันบ้างไหมครับ?
    ตอนเด็กๆ ช่วงมัธยมต้นผมเป็น ‘นักกลอน’ ครับ เริ่มจากที่ผมเคยแต่งกลอนประกวดที่โรงเรียนได้ที่สามหรืออะไรสักอย่าง จริงๆ แล้วแรกๆ ผมก็ไม่ได้เขียนกลอนเก่งกาจอะไรหรอก แต่พอจับพลัดจับพลูได้รางวัล ก็เลยทำให้เกร็ง แล้วเวลาแต่งกลอนส่งอาจารย์ในครั้งต่อๆ มาก็จะตั้งใจเป็นพิเศษ คือพิถีพิถันเพราะกลัวเสียเครดิตว่างั้นเถอะ พอถึงช่วงมัธยมปลายผมก็เริ่มสนใจดนตรีอย่างจริงจัง ถึงตรงนี้ทักษะในการแต่งกลอนก็มาช่วยให้ผมแต่งเพลงเป็นได้เหมือนกันนะครับ (แรกๆ ก็ยังห่วยๆ นั่นแหละ แต่มันก็เป็นเพลงจนได้)
    แล้วการแต่งกลอนเป็นมันมาช่วยอะไรในการเขียนเรื่องสั้นหรือเปล่า?
    ผมไม่คิดว่าคนเขียนเรื่องสั้นเป็นแล้วจะต้องแต่งกลอนเป็นไปด้วยนะครับ แต่ถ้าเขียนกลอนเป็นมันจะทำให้เราชื่นชอบความสละสลวยของถ้อยคำ มันน่าจะทำให้เราเขียนร้อยแก้วที่มี ‘สำเนียง’ ไพเราะขึ้นได้บ้าง ผมคิดเอาเองว่ามันเป็นอย่างนั้นนะครับ
    แฮ่ม! ว่าแล้วก็ลองเอางานกลอนของผมมาให้ลองอ่านกันสักหน่อย

* * * * * * * * * * 

poet.jpg

   

                          หลับไหลในใจเรา

                          คือความคิดในความฝันเมื่อวันก่อน
                          ความไม่รู้ที่ถูกสอน ให้ท่องไว้
                          ความชื่นชอบที่ฝืนทำเพราะจำใจ
                          ความหวั่นไหว ที่ไหวสั่นอย่างมั่นคง

                          หรือความผิดนี้ ถูกต้องครรลองแล้ว
                          ดูเพริศแพร้ว แต่ใครใครไม่ลุ่มหลง
                          ไม่อยากจำ… แต่ไม่อาจ ลืมได้ลง
                          บดบังความทระนง ที่เคยภาคภูมิ

                          มีคำตอบ ที่ฟังคล้ายกับคำถาม
                          ในโมงยามความสับสน มากองสุม
                          ความว่างเปล่า สาวเท้าเข้าล้อมรุม
                          มาครอบคลุมให้คงค้างอยู่ข้างใน

                          หรือชีวิตต้องอ้างว้าง ทั้งชีวิต
                          ต้องเปิดเผย แต่ปกปิดความคิดไว้
                          มีความฝันที่เกินจริง แต่ตรงใจ
                          มีการตื่นที่หลับใหล …ในใจเรา

 

* * * * * * * * * * 

    ประมาณ 6 ปีก่อน ผมได้งานเป็น Content Writer ที่ บ. ล็อกซ์อินโฟ ซึ่งงานก็คือการเขียนเนื้อหาในเว็บไซต์ครับ มีเว็บไซต์หนึ่งเป็นคอมมิวนิตี้ชื่อ jorjae.com มันมีเซกชั่นบทกลอนอยู่ด้วย แล้วทีมคอนเทนต์ก็จะมีความสุขกับการแต่งกลอนในเว็บนี้มาก มันเป็นช่วงที่ผมหันกลับมาแต่งกลอนอย่างจริงจังอีกที เป็นช่วงที่ผมสนุกกับงานเขียนมากๆ นะครับ กลอนชิ้นนี้ผมก็แต่งในช่วงนั้น
    มองย้อนกลับไปแล้ว มันเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขมาก เพื่อนร่วมงานน่ารักทุกคน รายได้ก็อยู่ได้ไม่ลำบากลำบน แต่ว่าก็อาจจะเป็นเพราะยังไม่ใช่งานในฝันเสียทีเดียว มันเลยมีอะไรบางอย่างค้างใจ จนทำให้แต่งกลอนชิ้นนี้ออกมา ซึ่งพอแต่งเสร็จผมก็รู้สึกสบายใจ เหมือนได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไป
    ลองแต่งกลอนดูสิครับ ไม่ต้องคิดว่ามันยาก ไม่ต้องห่วงว่ามันจะไม่ดี แต่คิดว่าในระหว่างการเลือกจัดสรรถ้อยคำที่อยู่ในหัวของเรา เอามาจัดวางให้สอดรับกับสัมผัสนอกในตามวิถีของกลอนนั้น มันเป็นขั้นตอนที่สนุกมาก
    และงานที่ออกมามันก็จะทำให้เราหลงรัก ‘การเขียน’ ได้ในอีกมิติหนึ่งด้วย.

17 Responses to “กลอนพามา”

  1. BoomBim Says:

    กลอนพาไปจริงๆด้วยนะ :)

  2. ben Says:

    นี่คือที่มาของอาชีพนักแต่งเพลงของพี่นั่นเอง

    ส่วนหนู ตอนมอปลาย รับจ้างแต่งกลอนให้เพื่อนไว้จีบหนุ่ม-สาว

    แต่ไหง ปัจจุบันมานั่งตรวจคำผิดละเนี่ย

    แล้วตกลงพี่วิพรู้ยังว่า กลอน พาใครมา


  3. หวัดดีจ้ะวิพ
    พี่ไม่ค่อยได้อ่านร้อยกรองเท่าไหร่ อ่านน้อยมาก
    แต่ทึ่งเสมอกับการใช้คำ การเล่นจังหวะกับเสียงและความหมายของคำ
    รู้สึกว่าคนแต่งบทกวีนี่เก่งจัง
    โดยเฉพาะฉันท์ ที่เคยเรียนในวิชาภาษาไทยตอน ม.ปลาย
    จำได้ว่า…สุดยอด

    มีหนังสือบทกวีของคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์อยู่ 2-3 เล่ม
    ท่านนี้ก็เก่งมาก ใช้คำง่ายๆ ไม่วิลิศมาหรา
    แต่ออกมาไพเราะ และเท่มากๆ

  4. บ่างสุนทรแมลงภู่ Says:

    น้องบ่างศรีที่รักมาทักทาย
    เพราะมาดหมายให้พี่ชายไม่ลืมฉัน
    อยากจะเข้า มาอ่านทุกๆ วัน
    แต่สวรรค์ไม่เคยจะเห็นใจ

    ส่งน้องบ่างไปทำงานด้านการนวด
    บางวันชวดเงินทองต้องร้องไห้
    เงินก็น้อย เวลาหมด อดผู้ชาย
    แสนใจหายตายแน่ แย่แล้วเรา

    แต่อย่างไรใจน้องเป็นของพี่
    ยิ่งวันนี้มีโอกาสได้แก้เหงา
    เข้ามาอ่านบล็อกสั้นๆ วันซบเซา
    น้องไม่เศร้าอีกต่อไป ไอเลิฟยู!

  5. vap Says:

    สิ่งหนึ่งที่ผมได้จากการพยายามจะแต่งกลอน ก็คือการได้จัดเรียงความคิดตัวเองครับ ในทางวิชาการนั้น งานเขียนประเภทร้อยกรอง ถือว่าเป็นงานขั้นสูงนะครับ ถ้าเราสามารถถ่ายทอดออกมาได้ด้วยกลวิธีนี้ ก็แสดงว่าเราเข้าใจสิ่งที่เราจะสื่อออกมาดี
    ผมเคยลองแล้ว ก็ไม่ค่อยจะได้ความ เอาแค่เขียนธรรมดาให้ได้ก่อน ค่อยว่ากันใหม่ครับ

  6. Daisy Sunday Says:

    ช่วงแรกเริ่มที่ออกเดินทางท่องโลกอินเตอร์เน็ท
    “กลอน” เป็นงานเขียนชิ้นแรกที่ทำให้ทุกวันนี้
    ต้องออกเดินทางเพื่อขีดๆ เขียนๆ อยู่บ่อยๆ
    จนการเขียนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปซะแล้ว


    หลงเข้ามาที่นี่ได้ยังไงไม่รู้
    สงสัยกลอนพามา
    ^^

  7. blueriver Says:

    บางครั้งด้วยอาชีพการงานที่ยุ่งเหยิง และสับสนวุ่นวาย ก็ทำให้เราห่างไกลจากอารมณ์ละเอียดอ่อนที่มีอยู่ในใจได้..
    Post นี้ช่วยให้เรานึกได้ว่า เฮ้.. เมื่อก่อน (นานมากแล้ว T-T)เราก็เคยแต่งกลอนบ่อยๆ นี่หว่า บางครั้งก็เป็นแบบหวานใสมีความสุข บางครั้งก็ประชดสังคม (ซะงั้น)แล้วก็แต่งไว้หลายๆ ที่ ในหนังสือเรียนบ้าง ในสมุดโน๊ตบ้าง ที่คั่นหนังสือก็มี หนังสืออ่านเล่นก็เยอะ…แล้วตอนนี้มันหายไปไหนหมดเนี่ย!! คิดถึงจัง

    เคยเขียนแล้วได้ลงในหนังสือวัยรุ่นด้วยนะ..ไม่รู้สมัยนี้เขายังมีคอลัมน์กลอนอยู่หรือเปล่า–คือหมดวัยซื้อแล้วอ่ะ–

    ช่วงนึงชอบกลอนของ “อังคาร กัลยาณพงศ์” มาก บางกลอนถึงขนาดท่องได้เลย อ่านแล้วลึกไปถึง soul..

    สงสัยต้องเริ่มแต่งใหม่ซะแล้ว คราวนี้จะพกสมุดโน้ตเล็กๆ ติดตัวเลย..เราชอบลายมือที่เขียนกลอนด้วย บอกได้ถึงอารมณ์ขณะนั้น.. (เราก็มีอารมณ์ศิลปินด้วยรึนี่ โอว!!)

    ขอบคุณนะคะ..ที่ทำให้นึกถึง

  8. sa Says:

    กลอนมันพาไปแล้วก็…พามา
    รู้แต่ว่า ตอนนี้กลอนที่มีท่วงทำนองของพี่วิภว์
    ก็ทำให้เราๆ ติดใจกันระนาววว

    ปล. กลอนแม่หมอนวดได้ใจจริงๆ

  9. ukyo Says:

    “มีความฝัน ที่เกินจริง แต่ตรงใจ
    มีการตื่น ที่หลับใหล …ในใจเรา”

    วรรคนี้เด็ดค่ะ
    : )

    มันคงเป็นอะไรที่ติดตัวเหมือนกันนะ
    ไม่ว่าจะเขียนร้อยแก้วหรือร้อยกรอง สำนวนของเจ้าของบล็อคก็ยังเหมือนเดิม
    อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน คือธรรมชาติของร้อยกรองปกติมักจะต้องมีพรรณาโวหารพิศดาร
    แต่เจ้าของบล็อคก็ยังเลือกใช้คำง่ายๆ มาร้อยเข้าด้วยกันเพื่อสื่อความหมายลึกๆ แทนอยู่ดี
    ไม่รู้ว่าดีหรือเปล่า แค่เป็นอะไรที่รู้สึกได้น่ะค่ะ

    ………

    จากคำเชิญชวนของเจ้าของบล็อค ทำให้เพิ่งนึกออกว่า
    กลอน คืองานเขียนแบบแรกๆ ในชีวิต
    จำได้ว่า เคยหัดแต่งกลอนเก็บไว้ในสมุดโน้ตตอนอยู่ป.6
    พวกกลอนเปล่าที่เขาฮิตกันอยู่สมัยหนึ่งน่ะ : )

    แล้วอยู่ๆ ความชื่นชอบในบทกลอนก็หายไป

    แต่สิ่งหนึ่งที่คิดว่าไม่หายคือ สำเนียง อย่างที่เจ้าของบล็อคบอก…
    “มันน่าจะทำให้เราเขียนร้อยแก้วที่มี ‘สำเนียง’ ไพเราะขึ้น”
    (แหม เข้าใจเปรียบเทียบนะคะ)
    ซึ่งก็เพ่งสังเกตว่าจริงนะ เพราะงานเขียนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ งานหลัก พอกลับไปอ่านดู
    มักจะมีความคล้องจองกันของคำตลอด เหมือนมันติดมา
    แต่ก็ยังไม่เคยได้กลับไปเขียนกลอนดูสักที

    แต่เดี๋ยวมีเวลา ว่าจะลองนั่งอ่านหนังสือกลอนเล่มใหม่จริงๆ จังๆ สักที
    ; )

    ปล. ในบทกลอนเคาะวรรคผิดหลายที่นะคะ ลองเช็คดูอีกทีนะ

  10. crazycatmailo Says:

    http://crazycatmailo.wordpress.com —-นุ่นเองจ้า (ไมโล)

  11. นพ Says:

    แหมพี่เคยทำงานที่นี่เองเหรอ ผมเคยทำเว็บเหมือนกัน
    อยู่สยามทูยับผม
    แต่ที่เว็บผมไม่มีการเขียนกลอนอะดิพี่

    happennig เป็นกลอนทั้งเล่มสักที่ก็น่าสนใจนะพี่
    อิอิ


  12. เคยแต่งแต่กลอนล้อเพื่อนๆสมัยเรียน…

  13. crazycatmailo Says:

    พี่สอนหนูเล่นเว็บนี้หน่อยจิ ทำไม่ค่อยเป็นเลย งง

  14. โน่ Says:

    หมดจดครับพี่วิภว์

  15. Hot Latte Says:

    PointAsia….คิดถึงจัง…


  16. เพราะชีวิตต้องเดินทาง เราจึงไม่สามารถหยุดนิ่งได้ในจุดที่แม้รู้สึกว่า ก็มีความสุขดีนะ

    อ่านที่พี่วิพเขียน จำกลอนอันนี้ของพี่วิพได้

    คิดถึงวันเวลาช่วงนั้นน่าดู…พับผ่า!


Leave a Reply